วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พัฒนาลูกน้อยด้วยไท้เก็ก (ด้านร่างกาย) ตอนที่1

พัฒนาลูกน้อยด้วยไท้เก็กเป็นอย่างไร  หลายคนอาจสงสัย  แต่หลายคนที่เคยเรียน หรือพอจะรู้จักจากสื่อต่างๆ  คงจะพอนึกภาพออกว่าไท้เก็กนั้นนำมาพัฒนาลูกน้อยได้อย่างไร
            ก่อนอื่นคงต้องพูดถึงที่มาที่ไปของไท้เก็กให้ฟังกันคร่าวๆ ว่ามีหน้าตาอย่างไร  เกิดขึ้นจากอะไร (ตามความเข้าใจของผู้เขียน  และขออภัยท่านผู้รู้ไว้ที่นี้ด้วยจ้า)  ไท้เก็กนั้นเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า  เป็นการผสมผสานระหว่างด้านที่ต่างกันทั้งสอง  เช่น มืดกับสว่าง  ขาวกับดำ  อ้วนกับผอม  หนักกับเบา  ความต้องการกับความไม่ต้องการ  เมื่อไท้เก็กเกิดการผสมผสานกันความว่างเปล่าจึงเกิดเป็นความมี  ความมีไปสู่ความว่างเปล่ากลับไปกลับมา  เขียนไปเขียนมาก็เริ่มงง เอาเป็นว่าเราจบในส่วนที่ลึกซึ้งไว้เพียงเท่านี้ดีกว่า  ส่วนใครที่อยากศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับจุดกำเนิดของไท้เก็กอาจตามไปศึกษาได้จากแนวคิดของลัทธิเต๋า  ถ้าเป็นหนังสือก็ชื่อ เต๋า เต็ก เก็ง
            ทีนี้เรามาพูดกันในส่วนของการนำไปใช้น่าจะใกล้เคียงกับหัวข้อของเรามากกว่า  การรำมวยไท้เก็กนั้นเชื่อกันว่าผู้ที่คิดค้นวิชานี้ขึ้นมาคือนักพรตในลัทธิเต๋าชื่อว่า จาง ซาน ฟง  หลายคนคงรู้สึกคุ้นๆ กับชื่อนี้  ท่านเป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวมาก  ตามที่ได้ยินมาก็มากกว่า 200 ปี  จึงเป็นเหตุให้ผู้เฒ่าทั้งหลายที่อายุมากๆ  หันมาเรียนรำมวยไท้เก็กกันมากเพราะเชื่อว่า  ทำให้สุขภาพแข็งแรง  สมบูรณ์  และมีอายุยืนยาวเหมือนท่าน จาง ซาน ฟง  ส่วนคนอายุน้อยๆ  ที่เรียนรำมายไท้เก็กก็มีความเชื่อเช่นนี้เหมือนกัน  ว่าทำให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์  และมีอายุยืนยาว  เพราะส่วนมากแล้ววัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ที่ยังอายุไม่มากนั้นจะรำมวยเพื่อรักษาโรคทางกายของตนเอง  หลายคนรักษาโรคที่เจ็บป่วยได้ หลายคนก็ไม่  แต่หลายคนรักษาโรคของตนเองหายแล้วยังรำไท้เก็กต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอจนมีฝีมือที่ก้าวหน้าอยู่ในระดับอาจารย์ก็มาก  ส่วนในเด็กเล็กๆ นั้นไม่ค่อยมีใครฝึกกันเนื่องจากยังไม่เห็นความสำคัญ  แถมท่ารำยังเชื่องช้าน่าเบื่ออีกด้วย  จึงมีน้อยคนนักที่จะเรียนด้วยความสนใจของตนเอง
            มีแนวคิดหนึ่งในการฝึกของไท้เก็กที่กล่าวว่า  “จงเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเด็ก”  เพราะเด็กเคลื่อนไหวโดยใช้กำลังจากท้องน้อย  การส่งพลังจากท้องน้อยขึ้นมาตามหลัง  ผ่านสู่ลำแขนและปล่อยออกทางฝ่ามือ  คงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใหญ่เนื่องจากหลังยาว  แขนก็ยาว  เวลาหายใจก็หายใจแค่ปอดไม่ได้หายใจลงไปถึงท้องน้อย  พลังจึงน้อย  เวลาปล่อยพลังออกจากท้องจึงหมดแรงเสียก่อนที่พลังจะเดินทางไปถึงฝ่ามือ  แต่ถ้าเป็นเด็ก  ตัวก็สั้น  แขนก็สั้น  มือก็กลม  หายใจเข้าทีลงไปถึงท้องน้อย  หายใจออกทีเลือดลมแล่นไปทั่วร่างกาย  จึงแทบไม่ต้องบังคับพลังจากลมปราณให้ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย  เพราะว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว
           การพัฒนาลูกน้อยด้วยไท้เก็กจึงหมายถึง  การที่เราพยายามรักษาส่วนดีที่ติดตัวเขามาตามธรรมชาติให้อยู่กับเขาไปนานๆ  และนำส่วนดีนั้นๆ  มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งเราจะพูดถึงในตอนต่อๆ  ไป 


            ครูฤทธิ์

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ติดต่อเรา


เบอร์โทรศัพท์ 0646641996

e-mail : chinaf1111@gmail.com



แผนที่บ้านดนตรี Minerva





สินค้าและบริการ

1.คอร์สเรียนเปียโนออนไลน์เดี่ยว
       รับเด็ก ป.1 เป็นต้นไป
       ราคา  600 บาท / เดือน


2.คอร์สเรียนเปียโนออนไลน์กลุ่ม (2-5คน)
       รับเด็ก ป.1 เป็นต้นไป
       ราคา 500 บาท / เดือน



   


       แนวทางการสอน
       สอนตามพัฒนาการในการเรียนรู้ของเด็ก จาก ง่าย  ไปหา ยาก จาก ความรู้เดิม  ไปสู่ ความรู้ใหม่ ซึ่งเรียกว่า 3ทักษะ5ขั้นตอน  โดยได้แนวคิดมาจาก สามห่วงพัฒนาการ



        สนใจติดต่อสอบถามได้ที่  064-6641996

      

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การรวมตัวครั้งแรก (บทเพลงภาษาไทย)

            การรวมตัวครั้งแรกระหว่างวิชาพัฒนาการกับวิชาดนตรีนั้นเกิดขึ้นจากแนวคิดทั่วๆไปที่อยากทำให้การเรียนรู้ของเด็กนั้นมีความสนุกสนานไม่น่าเบื่อ  ซึ่งมีท่านผู้รู้หลายท่านได้ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้วนั่นคือ  เพลงภาษาไทย
            หลังจากมีแนวคิดที่จะทำเพลงภาษาไทยแล้วนั้น  จึงหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้มีเพลงภาษาไทยในรูปแบบไหนบ้างที่ยังไม่มีคนทำหรือทำแล้วยังมีที่ทำเพิ่มได้บ้าง  ก็ปรากฎว่ารูปแบบส่วนใหญ่เน้นไปที่การให้เด็กท่องจำ ก.ไก่ถึง ฮ.นกฮูกได้  คำร้องส่วนใหญ่จะขึ้นต้นด้วย ก.เอ๋ย ก.ไก่ ข.ไข่ อยู่ในเล้า ...
            อีกรูปแบบหนึ่งคือการนำพยัญชนะแต่ละตัวมาเขียนเป็นเพลงเพื่อให้เกิดความสนุก  เอาไว้ให้เด็กร้องเล่น  มีท่าเต้นประกอบ  และใช้ทำนองเพลงจากบทเพลงที่เด็กๆ  น่าจะเคยได้ยินได้ฟังกันมาก่อน  ทำให้ง่ายแก่การร้องตามเนื่องจากเด็กฮำทำนองได้อยู่แล้ว
            หลังจากที่ได้ข้อมูลต่างๆ มาพอสมควรจึงคิดว่า เพลงที่เป็นเนื้อร้อง  และทำนองใหม่ทั้งหมดนั้นยังไม่มีใครทำ  จึงได้ไอเดียว่า  น่าจะลองทำออกมา  และเพื่อให้เพลงที่แต่งออกมาใหม่นี้ใช้งานจนเกิดประโยชน์สูงสุดจึงใส่แนวคิดทางพัฒนาการลงไปในทุกๆ เพลง และเมื่อเด็กร้องตามจนครบทุกเพลงก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น อีกทั้งถ้าได้เรียนรู้ตามกระบวนการของแต่ละเพลงก็จะได้ประโยชน์มากยิ่งๆ ขึ้นไป

            การเรียนรู้บทเพลงพัฒนาการที่แต่งขึ้นใหม่นี้ก็เหมือนกับเราพาเด็กไปเที่ยวเล่นในสวน  ที่มีทั้งดอกไม้  แหล่งน้ำ  สัตว์นานาชนิด  เครื่องเล่นต่างๆ  ผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่พากันเข้ามาในสวน  เราจึงให้ชื่อเพลงที่แต่งขึ้นใหม่นี้ว่า “บทเพลงแห่งสวนพัฒนาการ”


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก   http://www.wegointer.com/2013/08/7-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%93%E0%B8%B0/

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

จินตเปียโน

ในบทความก่อนได้พูดถึงการรวมความเชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการกับทักษะทางเปียโนทำให้เกิดหลักสูตร ทักษะ ขั้นตอนขึ้น  แน่นอนว่ามีผลิตผลที่เกิดขึ้นจากการรวมกันนั้นหลายอย่าง  ซึ่งอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ “จินตเปียโน” 
สมองของเรานั้นเซลล์ประสาทถูกสร้างและเชื่อมโยงขึ้นจากประสาทสัมผัสทั้งห้าเพื่อรองรับความคิดอันเกี่ยวเนื่องกัน  เมื่อเด็กได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัส  ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  กระแสประสาทจะเริ่มทำงาน  การติดต่อสื่อสารระหว่างเซลล์ต่างๆ เริ่มรวมมือกันสร้างเป็นโครงข่าย เป็นทีมงานที่ทำงานร่วมกัน
จินตเปียโนทำให้เด็กได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส  ได้แนวคิดที่แตกต่างไปจากเดิม (ซึ่งผู้เขียนก็เพิ่งค้นพบเหมือนกัน)  ได้จินตนาการที่กว้างขึ้นเหมือนภาพพาโนราม่า  หรือปลาฉลามหัวฆ้อนที่มีวิสัยทัศน์กว้างกว่าปลาฉลามทั่วไป 
ถ้าเปรียบเทียบสมองเป็นกล่องใส่ความคิด  จินตเปียโนนั้นทำให้กล่องของเรากว้างขึ้น  เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น  โดยในกล่องนั้นถูกทำให้เป็นสัดส่วนเป็นห้องๆ  เพื่อง่ายแก่การแยกประเภท แยกลำดับ และเชื่อมความสัมพันธ์ของแต่ละกล่องเข้าด้วยกันด้วยแนวคิดทางจินตเปียโน
 

                                  
โดยสรุปแล้วจินตเปียโนนั้นให้ประโยชน์แก่ผู้เรียนในหลายๆ ด้าน  เนื่องจากเป็นแนวคิดที่เกิดจากความรู้ในส่วนของสมองซีกซ้าย  และความรู้ในส่วนของสมองซีกขวามารวมกัน  ดังนั้นเวลาที่ใช้จินตเปียโน สมองทั้งสองซีกจึงถูกกระตุ้นให้ทำงานและร่วมมือกัน

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

3 ทักษะ 5 ขั้นตอน บันไดขั้นแรกสู่นักเปียโน

          และแล้ว....  หลักสูตรใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้นมาจากการรวมความเชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการกับทักษะทางเปียโนออกมาเป็น “ ทักษะ ขั้นตอน” บันไดขั้นแรกที่จะนำเด็กๆ สู่การเป็นนักเปียโน
          จากสมมติฐานที่ว่า  เมื่อเด็กๆ เริ่มพูดได้พ่อแม่มักจะสอนให้ลูกรู้จักการนับเลข 1-10 ดังนั้นเมื่อเด็กโตพอที่จะเรียนเปียโนเขาจะมีความรู้พื้นฐานคือการนับเลขอยู่แล้วเราจึงนำมาต่อยอดเพื่อเป็นสะพานเชื่อมไปสู่คีย์ทั้ง 7 คือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที  โดยให้จำว่า โด คือ 1 ก็จะสามารถนับต่อไปได้ถึง 7


          ที่กล่าวมาข้างต้น  คือ  วิธีการเรียนรู้แบบการนำความรู้เดิมมาเป็นพื้นฐานแล้วค่อยต่อยอดไปสู่ความรู้ใหม่  ทักษะ ขั้นตอน ก็เช่นเดียวกัน เป็นวิธีการสอนที่นำความรู้เดิมที่เขามีอยู่แล้วนั้นมาค่อยๆ ต่อยอดความรู้ใหม่ และ จากความรู้ใหม่ที่เติมเข้าไปเรื่อยๆ เมื่อได้ฝึกซ้อมบ่อยๆ ก็จะเกิดความชำนาญเหมือนการนับเลข 1-10  ยิ่งซ้อมยิ่งชำนาญพื้นฐานก็แน่น นำไปสู่การเติมความรู้ในขั้นต่อๆ ไป    
          3 ทักษะ ขั้นตอน จึงเป็นการเรียนรู้ที่คล้ายกับการวางอิฐทีละก้อน  วางไปทีละขั้นทีละชั้น อย่างรอบคอบและคำนึงถึงอนาคตระยะยาว ดังเช่น ปิระมิดที่ตั้งอยู่อย่างมั่นคงถาวรมายาวนาน  

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

ปีใหม่กับชื่อใหม่ "บ้านดนตรี Minerva"

          สวัสดีปีใหม่ 2557 ทุกคนจ้า  ขึ้นปีใหม่แล้ว มีอะไรใหม่ๆมาแจ้งให้ทราบด้วย ตอนนี้ MSL MUSIC HOUSE ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เอาฤกษ์เอาชัยกะเค้าบ้าง เป็น "บ้านดนตรี Minerva" ส่วนในปีนี้จะมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอบ้าง รอติดตามได้เร็วๆ นี้.....