วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
พัฒนาลูกน้อยด้วยจินตเปียโน ตอนที่ 2 (ด้านสติปัญญา)
ตอนที่ 2 นับเพิ่ม
หนึ่ง สอง
สาม สี่ ห้า
หก เจ็ด แปด
เก้า สิบ ........................
นับเพิ่มไปเรื่อยๆ
นับไปจนถึงหนึ่งร้อยเมื่อไหร่ก็เริ่มบวกกันได้ การนับเพิ่มก็คือการบวก มีครูคณิตศาสตร์อยู่ท่านหนึ่งบอกกับผมว่า วิชาคณิตนี้มีแต่การบวก
ตอนนั้นผมงงอยู่หลายวันว่าจะมีแต่การบวกได้อย่างไร ในเมื่อลบก็มี
คูณหารก็มี
พอเรียนสูงขึ้นไปก็ยังมีสัญลักษณ์อื่นๆ เต็มไปหมด แต่ครูคนนี้บอกว่ามีแต่การบวก
นั่งคิดไปคิดมาว่า การบวกก็คือการนับเพิ่มขึ้นไป ถ้าเป็นลบเราก็นับเพิ่มลงมาจาก เก้า แปด เจ็ด
หก ... ก็เพิ่มทีละหนึ่งเหมือนกันแต่กลับทางกัน
ถ้าเป็นการคูณเราก็เพิ่มเข้าไปในจำนวนที่เท่าๆ กัน
เช่น 7 เพิ่ม ไปอีก 7 เป็น
14 เพิ่มไปอีก 7 เป็น 21 ส่วนการหารก็เพิ่มทางลบทีละเท่าๆ กัน
พอมาคิดอย่างนี้แล้วก็จริงอย่างที่ครูท่านนั้นพูดเอาไว้
มาพูดถึงการนับเพิ่มด้วยเปียโนกันบ้างว่าเป็นอย่างไร ในเปียโนนั้นคีย์ขาว 7 คีย์ กับคีย์ดำอีก 5 คีย์ ทั้งหมด 12 คีย์รวมเป็นหนึ่งอ็อคเต็บ
เปียโนส่วนมากมี 7 อ็อคเต็บ กับเศษอีกนิดหน่อย
ถ้าเราใช้แต่ละอ็อคเต็บมาแทนการบวกเลขในแต่ละหลักเราจะได้ 7 หลัก คือ หลักหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน
และถ้าเราบวกเลขทศนิยมสองหลัก
ก็จะใช้เปียโนแทนการบวกได้ถึงหลักหมื่น
เมื่อเด็กเรียนรู้หลัก
(อ็อคเต็บ) ต่างๆ นับหนึ่งถึงสิบได้
และเข้าใจการนับเปลี่ยนหลัก
ก็เริ่มทำการบวกบนเปียโนกันได้เลย
ครูฤทธิ์ จิตพัฒฯ
วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
พัฒนาลูกน้อยด้วยจินตเปียโน ตอนที่ 1 (ด้านสติปัญญา)
ตอนที่1 ก่อนตัวเลข
อันอัน เท่ากับ สองอัน
อันนั้น อันนี้ อันโน้น เอาอันนี้ไหม จะเอาอันนั้น ไม่เอาอันนี้
คำว่า “อัน”
มักถูกใช้เรียกก่อนที่เด็กจะรู้จักชื่อของสิ่งนั้นๆ จนกว่าจะจำชื่อต่างๆ ได้ คำว่าอันจึงใช้น้อยลง
และหันมาเรียกชื่อของสิ่งนั้นโดยตรง เช่น ทาโร่ โค้ก ไอติม ป๊อกกี้
ช็อคโกแล็ต ซึ่งถ้าเรานำของเหล่านี้มาวางเรียงกันแล้วให้เด็กเล็กๆ
เลือก เขาก็จะชี้ไปที่ของสิ่งนั้นแล้วบอกว่า
อันนี้ เอาอันนี้ เอาอันนั้น คำว่า “อัน” จึงถูกนำมาใช้มากในเด็กเล็กๆ
พอโตขึ้นมาหน่อยอันเดียวเริ่มไม่พอ เด็กเริ่มร้องเอาอีกๆ แม่เลยถามว่า “เอากี่อัน” มีคำว่ากี่เพิ่มเข้ามา แรกๆ
เด็กไม่เข้าใจแม่จะมีคำตอบให้เลือก เช่น เอาหนึ่งหรือสองอัน คราวนี้ยิ่งงงเข้าไปอีก แม่ถามต่อว่า
หนึ่งหรือสอง พร้อมกับชูของให้ดู
พอมีของให้เลือกก็เหมือนกับวิธีการที่เด็กเคยเรียนรู้ว่ามีของให้ชี้แล้วบอกว่า
เอาอันนี้ เขาก็จะได้ของ
แม่จึงยืนของให้พร้อมกับพูดว่า สอง
เหล่านี้พอทำบ่อยๆ เข้าจึงเริ่มรู้ความหมายของคำว่า “หนึ่ง สอง”
สัญลักษณ์ตัวเลขนั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องของนามธรรม ดังนั้นเพื่อให้มีความเข้าใจในตัวเลขแต่ละตัวโดยมากแล้วเด็กต้องมีประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนจึงจะเข้าใจสัญลักษณ์ต่างๆ ได้
ซึ่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์ในเรื่องของรูปธรรมไม่เท่ากัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเด็กเรียนคณิตศาสตร์แล้วบางคนเข้าใจได้เร็ว
บางคนต้องทำความเข้าใจอยู่นานพอสมควรจึงเข้าใจได้
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยเปียโนนั้น
ทำให้เด็กได้เรียนรู้อยู่บนรูปธรรม
เห็นของเหมือนๆ กัน (คีย์เปียโน)
ได้นับเลข
ได้เห็นจำนวนที่เป็นรูปธรรม
เวลานับก็มี Reaction คือเสียงของคีย์ต่างๆ ทำให้การเรียนคณิตศาสตร์น่าสนุกมากขึ้น และเข้าใจได้ง่าย
ดังนั้น
เมื่อเด็กได้พบกับ อัน อัน และ
เอากี่อันแล้ว
ลำดับต่อไปเราอาจให้เขาลองพบกับคำว่า เปียโน และ คีย์เปียโน
เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ก่อนพบกับสัญลักษณ์ทางตัวเลขอันแสนเข้าใจยากในลำดับต่อไป
ครูฤทธิ์ จิตพัฒฯ
วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
พรสวรรค์ (IQ สูง) VS พรแสวง (ความสนใจและความคิดถึง)
ช่วงเริ่มจำคีย์เปียโนส่วนมากจะเจอเด็กอยู่สามลักษณะ คือหนึ่ง ไม่จำ เห็นคีย์แล้วท้อละลานตาไปหมด สองคือ ค่อยๆ จำแบบนับไล่ไปทีละตัวตั้งแต่โด เร มี ฟา ซอล ลา ที สามคือ จำได้ว่า ลา คือ ลา กดได้เลยไม่ต้องนับไล่ไปทีละตัว
เด็กทุกคนล้วนผ่านสามลักษณะดังกล่าว กว่าจะจำได้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหนก็ใช้เวลากันพอสมควร เวลาในการจำนี่แหละคือตัววัดไอคิวของเด็ก ยิ่งเด็กซ้อมน้อยแต่จำคีย์ได้เร็วไอคิวยิ่งดี (ไม่ได้บอกว่าไอคิวสูงแล้วไม่ต้องซ้อมนะครับแค่เปรียบเทียบให้ฟัง)
เด็กที่ใช้เวลานานก็ไม่ได้แปลว่าไอคิวไม่ดี แต่อาจมีไอคิวอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ เพราะเด็กโดยทั่วไปกว่าจะเอาชนะลักษณะทั้งสามอย่างจนจำได้ว่าคีย์ไหนเป็นคีย์ไหนก็ใช้เวลากันพอสมควร มีเพียงเด็กไม่กี่คนเท่านั้นที่ใช้เวลาน้อยมากในการจำจนเราเห็นความแตกต่าง เช่น เด็กส่วนมากเมื่อรู้ว่าต้องจำคีย์เปียโนอาจท้อไปสามวัน แต่เด็กคนนี้ทำใจได้ในสามนาที บางคนไล่โน้ตอยู่ห้าวัน เด็กคนนี้ไล่โน้ตวันเดียวพอมาอีกวันก็จำได้แล้ว
บางคนอาจคิดว่าทำไมลูกเราถึงทำไม่ได้ซักที ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะอยู่ในเกณฑ์ของเด็กส่วนใหญ่ ทำไปๆ เดี๋ยวก็ทำได้เอง เราแค่ให้เวลาเขามากหน่อย เด็กบางคนทำได้เร็วจากความสนใจไม่ได้เกิดจากไอคิวก็มี พอเรียนไปก็กลับไปซ้อมกลับไปเล่นต่อที่บ้าน ว่างก็เล่น ไม่ว่างก็คิดถึง แบบนี้ถึงมีไอคิวอยู่ในระดับทั่วๆ ไป อนาคตคงเก่งกว่าคนไอคิวสูงที่เล่นโดยไม่มีความสนใจ
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะจำคีย์เปียโนอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ ก็คงไม่สำคัญเท่ากับความสนใจและความคิดถึงที่มีให้กับเปียโน
ครูฤทธิ์ จิตพัฒฯ
วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
พัฒนาลูกน้อยด้วยเปียโน ตอนที่ 4 (ทักษะทางด้านเปียโน)
ตอนที่ 4 พัฒนาด้วยสามทักษะห้าขั้นตอน
การพัฒนาทักษะทางด้านเปียโนนั้นมีอยู่หลายวิธี หลายรูปแบบ
สามทักษะห้าขั้นตอน คือรูปแบบหนึ่งในการเรียนรู้เปียโนที่เราคิดขึ้นมา ใช้ในการสอนเด็ก ซึ่งผู้ใหญ่เองก็สามารถเรียนรู้ด้วยสามทักษะห้าขั้นตอนได้เช่นกัน
สามทักษะนั้นมีอะไรบ้าง หนึ่งคือทักษะการฟัง ทักษะนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น การฟังแบบได้ยิน
เช่นฟังเพลง ฟังเสียง ได้ยิน
แต่ไม่รู้ว่าเสียงนั้นคืออะไร
มีความหมายอะไร
สัมพันธ์กับอะไรได้บ้าง
ยากขึ้นมากอีกคือ ฟังแบบจำได้
เช่นฟังเสียงโน้ตโด
ก็รู้ว่าคือโด ฟังเสียงเร
ก็รู้ว่าคือ เสียงเร ฟังโดเสียงต่ำ เสียงสูง
ก็จำได้
อย่างนี้เริ่มยากสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนดนตรี และยากขึ้นไปอีกคือฟังแบบแยกแยะเสียงได้ เช่นกดโด เร พร้อมกัน ก็รู้ว่า กดโด เร กด โด มี ซอล พร้อมกันก็รู้ว่า กดโด มี ซอล ยิ่งกดพร้อมกันมากความยากก็เพิ่มมากขึ้น นี่คือการฝึกทักษะทางด้านการฟัง
สองคือทักษะการอ่าน ทักษะนี้ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสัญลักษณ์ มันก็คลายๆ กับการเรียนตัวอักษรทั่วๆ ไป
คือเมื่อเห็นสัญลักษณ์แล้วรู้ว่ามันคืออะไร
กดที่คีย์ไหน
การอ่านโน้ตนั้นเริ่มแรกอาจให้รู้จักโน้ต โด ก่อนคือตัวดำที่อยู่บนขีดสั้นๆ
ระหว่างบรรทัดห้าเส้น
อย่างที่เพลงเขาแต่งไว้ว่า “โด นั้นชอบนั่งชิดช้า แกว่งไปแกว่งมา นั่งร้องโด โด โด โด”
หลังจากนั้นก็สอนอ่านไล่ขึ้นไป
และไล่โน้ตลงมาว่ามีลักษณะอย่างไร
ตัวดำอยู่ระหว่างเส้นนี้เรียกว่าโน้ตอะไร (คีบตะเกียบ) ถ้าตัวดำอยู่ทับเส้นนั้นเรียกว่าโน้ตอะไร
(ไม้เสียบลูกชิ้น) และกดอย่างไร
ต่อมาค่อยให้รู้จักสัญลักษณ์ทางดนตรีต่างๆ ว่าใช้อย่างไร เช่นตัวเขบ็ต
หนึ่งชั้น สองชั้น ตัวกลม ตัวขาว ตัวดำ
ตัวหยุด กุญแจซอล กุญแจฟา เส้นกั้นห้อง ฯลฯ
และสุดท้ายอ่านให้คล่องเหมือนกับอ่านหนังสือ
เพราะนี่คือภาษาทางดนตรี
สามคือการเล่น
ต้องอาศัยความพร้อมทางร่างกาย
คือกล้ามเนื้อมัดเล็ก
เพราะฉะนั้นหากใครต้องการให้เด็กเล่นดนตรีให้เก่งตั้งแต่เล็กๆ
คงยากพอสมควรเนื่องจากเด็กเล็กๆ ยังควบคุมกล้ามเนื้อนิ้วมือได้ไม่ดีนัก อย่าว่าแต่การเล่นเปียโนเลย จับช้อนกินข้าวโดยไม่หกให้ได้ก่อนน่าจะดีกว่า
เพราะนั่นแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของการใช้นิ้วมือได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นการฝึกเปียโนในทักษะนี้อาจเริ่มจากการฝึกทานอาหารโดยใช้ช้อนซ้อมให้ชำนาญก่อน
หลังจากนั้นจึงคาดหวังให้ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งกดให้ถูกคีย์ ต่อมาจึงเพิ่มจำนวนนิ้วที่กดให้ครบสิบนิ้ว แล้วจึงฝึกฝนในเรื่องอื่นๆ ที่ยากขึ้นไปเป็นลำดับ เช่น ในเรื่องของน้ำหนัก ความเร็ว
ความแม่นยำ ไปจนถึงระดับที่เรียกว่า
“พลิ้ว” เป็นต้น
ทักษะทั้งสามที่กล่าวมานี้ไม่ว่าจะเรียนภาษาอะไรก็ต้องใช้ทั้งนั้น แต่อาจแตกต่างกันไปตามรูปแบบการใช้งาน อย่างเรียนภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี
ก็ต้องฟังเสียงพูด
แยกแยะให้ออกว่าเสียงนี้มีความหมายอย่างไร
สัญลักษณ์อย่างนี้หมายถึงอะไร
ใช้อย่างไร อ่านอย่างไร เขียนอย่างไร
ดนตรีก็เหมือนภาษาเหล่านี้ที่มีการฟัง
การอ่าน การเล่นเพลง เราเรียกรวมว่า “สามทักษะ”
ส่วนคำว่าห้าขั้นตอนนั้นเป็นรูปแบบการเรียนเปียโนเฉพาะที่ บ้านดนตรีมิเนอว่าคิดขึ้นมา
ไม่สามารถนำมากล่าวถึงในที่นี้ได้
ครูฤทธิ์ จิตพัฒฯ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)